2.9.54

International business transection (incoterms)/ reference คุณ พีระสันติ์ คล้ายสังข์

Incoterms

Transportation types

Ocean , Sea  น้ำ     ข้อดีคือมีราคาถูก แต่เชื่องช้า 
 Air อากาศ ข้อดีคือเร็ว แต่ราคาแพง
 Rail ราง ข้อดีคือมีราคาถูก แต่เชื่องช้า 
ถูกและปลอดภัย ตรงเวลา
Land ,Truck  บก เร็วสามารถเดินทางได้ทันที แต่ข้อเสียคือแพง
Pipe (น้ำมัน , แก็ส) แพง แต่เร็ว ปลอดภัย มีประโยชน์ในระยะยาว


Container Vessel ขนส่งโดยตู้ Container: Direct ,Master Vessel เรือแม่,  Feeder Vessel เรือเล็ก
Break Bulk สินค้าเทกอง: สินค้าการเกษตร เช่น ข้าว น้ำตาล แป้ง
- ของเหลว เช่น น้ำมัน กากน้ำตาล
- สินค้าขนาดใหญ่ เช่น ท่อ เครื่องจักร
Roll on / Roll Off Vessel
- รถทุกชนิด ทุกขนาด













Sea container specification 2

B/L and L/C

วัตถุประสงค์และขอบเขตของ  INCOTERMS
โดยปกติแล้ว ในการค้าระหว่างประเทศจะมีเงื่อนไขทางการค้า (Trade Terms)   ใช้กันเป็นประจำ  เป็นต้นว่า FOB หรือ CIF หรืออะไรอื่น ๆ อีกหลายอย่าง   ถ้าจะว่าไปแล้ว Trade Terms นี่แหละเป็นสาระสำคัญที่ช่วยชี้อย่างย่นย่อที่สุดเพื่อช่วยให้เราทราบว่า  ใครจะต้องทำอะไรบ้าง จะรับภาระหน้าที่ไปแค่ไหน อาทิเช่น ผู้ขายต้องรับภาระในเรื่องของความเสี่ยง ( Risk )  เพียงใด ถึงจุดใด  และต้องรับภาระในเรื่องค่าใช้จ่าย ( Cost )  เพียงใด  ถึงจุดใด  รวมทั้งที่จะต้องรับหน้าที่ในการจัดหายานพาหนะขนส่งหรือไม่ เพียงใด ด้วย   หรือว่าอีกอย่างหนึ่ง ผู้ซื้อจะต้องเริ่มรับภาระของความเสี่ยง (Risk) เพียงใด จากจุดใด  และต้องรับภาระเรื่องค่าใช้จ่าย (Cost)  เพียงใด จากจุดใด  ตลอดจนหน้าที่ในการจัดหายานพาหนะขนส่งด้วย ว่าจะต้องเริ่มจากจุดไหนไปถึงจุดไหน   สรุปแล้ว Trade Terms มีไว้ตัดสินว่าสินค้าที่ซื้อขายกันนั้นได้มีการส่งมอบ  (Delivery) ณ จุดไหน  เพราะว่าตามประเพณีทางการค้านั้น ในเมื่อมีการส่งมอบแล้วความเสี่ยงจะเปลี่ยนมือจากผู้ขายไปอยู่ทางฝ่ายผู้ซื้อ  แต่ต้องไม่ลืมว่าการส่งมอบนี้จะกระทำได้แต่เฉพาะสินค้าที่มีตัวตน (Tangible  goods) สามารถจับต้องได้เท่านั้นมิได้หมายรวมถึงสินค้าที่จับต้องไม่ได้ (Intangible  goods)  เช่น  ซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
Incoterms ICC (1 jan 2011)
 EXW  (Ex Work)
 ผู้ขายไม่ต้องทำอะไรเลย  เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อที่จะต้องจัดการขนส่งสินค้าเองตั้งแต่ออกจากคลังสินค้าของผู้ขาย ค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงตกอยู่กับผู้ซื้อทั้งสิ้น ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการผ่านด่านศุลกากรขาออก  กระทั่งค่าใช้จ่ายในการขนของขึ้นรถที่มารับ  ณ  คลังสินค้าของผู้ขาย  ทั้งนี้  เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น เช่นให้ผู้ขายส่งของขึ้นรถที่ผู้ซื้อจัดมาให้ด้วย
 อนึ่ง ใคร่ขอตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยว่า EXW นี้เขาให้ใช้ครอบคลุมไปทั้งหมด ไม่มีการใช้เงื่อนไข EX FACTORY, EX WAREHOUSE  ฯลฯ กันต่อไปอีกแล้ว

FCA (Free Carrier)
 ผู้ขายส่งสินค้าให้ถึงจุดหรือสถานที่รับสินค้า  (Reception  Point)   ที่อยู่ภายใต้ความอารักขาของผู้รับขนสินค้า (Carrier) เช่น Container Freight Station, Cargo Terminal ที่ท่าอากาศยาน หรือ สถานีรถไฟ ฯลฯ   โดยเป็นหน้าที่ของผู้ขายในอันที่จะจัดการเพื่อส่งออกด้วย   (   เช่น ขอใบอนุญาต ในกรณีที่ต้องมีใบอนุญาตส่งออก  รวมทั้งผ่านพิธีการศุลกากร)  Terms  นี้ จะใช้สำหรับการขนส่งทุกชนิด ทั้งทางบกหรือและอากาศ   รวมทั้งการขนส่งหลายรูปแบบ  (multimodal  modal)โดยเฉพาะทางเรือจะเกี่ยวเนื่องกับการส่งของโดย  container  ด้วยวิธีที่เรียกว่า  RO-RO  ( roll on  roll off )  ไม่มีการยกสินค้าขึ้นเรือโดยใช้ปั้นจั่น  แต่เป็นการขนส่งสินค้าไปถึงจุดรับสินค้าของผู้รับขนส่ง เช่น ลานจอดรถของเราที่ทำให้กับ Nissan (Auto Log)  Container Freight Station ( CFS )   ถ้าการส่งมอบสินค้ากระทำที่สถานที่ของผู้ขายเอง  ผู้ขายต้องรับผิดชอบในการเอาของขึ้นบรรทุกยานพาหนะที่มารับด้วย      แต่ถ้าการส่งมอบกระทำ ณ สถานที่อื่น    ผู้ขายจะไม่ต้องรับผิดชอบในการนำของลงจากยานพานะที่ใช้ขนสินค้าไป  ฯลฯ
FAS  (Free Alongside ship)
 ผู้ขายส่งสินค้าให้ถึงข้างลำเรือที่ท่า หากเรือทอดสมออยู่กลางทะเลก็ต้องลำเลียงโดยเรือเล็กไปจนถึงข้างเรือใหญ่  กรณีนี้ ผู้ขายต้องจัดการส่งออกให้เรียบร้อย  กล่าวคือทั้งเสียอากรขาออกและขอใบอนุญาตส่งออก ฯลฯ  ซึ่งต่างกับ  Incoterms 1990 ฉบับเดิมอย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะตามฉบับที่แล้ว ผู้ซื้อต้องจัดการทำพิธีการส่งออกเอาเอง

FOB (Free on Board)
ผู้ขายส่งสินค้าให้ถึงบนเรือ และความเสี่ยงจะเปลี่ยนข้างจากผู้ขายไปตกอยู่กับผู้ซื้อตั้งแต่วินาทีที่สินค้าถูกยกข้ามพ้นกราบเรือ (ship's rail)  ไปเหนือลำเ

CFR  (Cost and Freight)
เช่นเดียวกันกับ FOB ข้างบน  หากแต่ว่าผู้ขายต้องชำระค่าระวางในการขนส่งทางเรือด้วย  มีข้อที่น่าสังเกตคือ ถึงแม้ผู้ขายจะต้องรับภาระเรื่องค่าระวางถึงปลายทางก็ตาม  แต่ความเสี่ยงของฝ่ายผู้ขายนี้จะอยู่แค่กราบเรือที่ต้นทาง เหมือนกับกรณีของ FOB เท่านั้นเอง  ว่าอีกอย่างหนึ่ง Cost (ค่าใช้จ่าย) ของผู้ขายไปถึงท่าปลายทาง (เสียค่าระวาง) แต่ Risk (ความเสี่ยง)  ของผู้ขายจะสิ้นสุดที่กราบเรือเท่านั้นเอง   ถ้าเป็นการส่งสินค้าโดยมิได้มียกของข้ามกราบเรือ จะต้องใช้เงื่อนไข CPT ที่จะกล่าวต่อไป
CIF (Cost,Insurance and Freight)
เช่นเดียวกับ  CFR  ทุกประการ   เพียงแต่เพิ่มให้ผู้ขายต้องจัดการเอาประกันภัยให้กับสินค้าที่ขนส่ง ด้วยการชำระเบี้ยประกันจนถึงปลายทางด้วยเท่านั้น   และต้องไม่ลืมว่าความเสี่ยงของผู้ขายจะมีถึงจุดเหนือกราบเรือ  เช่นเดียวกับเงื่อนไข FOB  หรือ  CFR  เท่านั้น  เลยไปแล้วเป็นเรื่องของผู้ซื้อ
CPT (Carriage Paid To)
เป็น term ใหม่  ใช้มาตั้งแต่ Incoterms 1990  สำหรับการขนส่งทุกรูปแบบ รวมทั้ง multimodal transport  ด้วย มีความหมายใกล้เคียงกันกับ CFR  ซึ่งให้ใช้แต่เฉพาะการขนส่งทางเรือนั่นเอง  แต่สำหรับเงื่อนไข CPT นี้  ผู้ขายต้องส่งมอบสินค้าให้กับผู้รับขนส่ง (Carrier) ณ สถานที่รับของ  ไม่ต้องส่งของขึ้นเรือ
CIP (Carriage and Insurance Paid To)
เช่นเดียวกับ CPT  ทุกประการ แต่เพิ่มภาระให้ผู้ขายต้องเอาประกันภัยด้วย ถ้าจะว่าไปแล้ว ความหมายของ CIP ก็ใกล้เคียงกับ CIF  จะต่างกันก็ตรงที่ CIP  ใช้ได้กับการขนส่งทุกรูปแบบ ตลอดจน multimodal transport  แต่ CIF ใช้กับการขนส่งทางเรือเท่านั้น
DAT (Delivered at Terminal)
ผู้ขายรับความเสี่ยง ราคา และความรับผิดจนสินค้า load ลง ณ ท่าเรือปลายทางที่กำหนด หรือ ลาน โกดัง ค่า Demurrage และ Detention ผมขายรับผิดชอบ ผู้ขาย ไม่จำดต้อง clear ของให้ กล่าวคือ DEQ และ DES เดิม
DAP (Delivered at Place)
ผู้ขายจะต้องขนส่งสินค้าไปจนถึงสถานที่ที่ผู้ซื้อกำหนดในประเทศปลายทาง  เช่นให้ส่งที่คลังสินค้าของผู้ซื้อไม่ว่าจะตั้งอยู่ที่ไหน ในประเทศปลายทางดังกล่าว  แต่ถ้าตกลงกันว่าให้ส่งมอบสินค้าในบริเวณท่าเรือปลายทางก็ควรใช้เงื่อนไข DAT แทนในการนี้ผู้ขายจะจัดการขนส่งสินค้าไปจนถึงสถานที่ที่จะส่งมอบ  แต่เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อที่จะต้องจัดการขนสินค้าดังกล่าวลงจากยานพาหนะที่ไปส่งสินค้าเอง อย่างไรก็ตาม  ทางฝ่ายผู้ซื้อต้องชำระค่าอากรขาเข้าตลอดจนภาษีอื่น ๆ ของประเทศที่นำสินค้าเข้าเองด้วย
DDP (Delivered Duty Paid)
ผู้ขายต้องรับภาระสูงสุด   (และราคาก็สูงสุดเหมือนกัน)เพราะฝ่ายผู้ซื้อไม่ต้องทำอะไรและไม่ต้องจ่ายค่าอากรขาเข้าด้วย  เป็นหน้าที่ของผู้ขายที่จะต้องเหมาหมด  การขนสินค้าลงจากยานพาหนะที่ไปส่งก็เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อเช่นเดียวกันกับภายใต้เงื่อนไข DAPและถ้าตกลงจะส่งมอบกันในบริเวณท่าเรือ ก็ให้ใช้เงื่อนไข DAT หรือ DAP แทนเหมือนกันกับกรณี DAP ที่กล่าวแล้ว   ภายใต้เงื่อนไข DDP นี้ ราคาสินค้าต่อหน่วยจะแพงที่สุด เพราะผู้ขายต้องรับภาระทุกอย่าง